หายหน้าหายตาไปนาน พักเรื่องภูตพรายไปก่อน กลับมาตำนานกรีกต่อ มาฟังเรื่องน่าเศร้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกันนะครับ ฟีธอน(Phaethon) ฟีธอนเป็นลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ เป็นบุตรแห่งเฮลิออส สุริยะเทพ และนางไคลมินี ราชินีแห่งเอธิโอเปีย ต้องขอบอกชื่อมารดา เพราะพระองค์ทรงมีชายานับไม่ถ่วน เจ้าชู้พอๆกับซูสเลย ฟีธอนถึงแม้จะเป็นลูกครึ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่เทพ ไม่เหมือน เฮอร์คิวลิส ที่เป็นลูกครึ่งเหมือนกัน แต่ซูสผู้เป็นบิดา มีอำนาจมาก สามารถสร้างสรรพสิ่งในจักรวาล เฮอร์คิวลิสจึงเก่งไม่ต่างจากเทพ และได้รับการนับถือให้เป็นเทพเจ้าแห่งพละกำลัง
แต่ฟีธอนแม้จะมีเชื้อเทพอยู่ในตัว แต่กลับคล้ายมนุษย์มากกว่า และมีนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว ชายหนุ่มมักชอบอวดโอ้กับผู้คนว่าตนเป็นลูกสุริยะเทพ นี่ก็คือจุดกำเนิดของเรื่องนี้ ผู้คนต่างไม่เชื่อและหัวเราะเยาะฟีธอน ทำให้เขาเกิดหัวเสียขึ้นมา และคิดจะทำอะไรบางอย่าง จึงไปปรึกษามารดา นางไคลมินีก็จนปัญญาครับ จะทำอะไรได้ เลยบอกให้ฟีธอนไปขอร้องพระบิดาให้ช่วยเอง เมื่อฟีธอนไปพบเฮลิออส เขาก็บอกว่าขออะไรบางอย่างจากพ่อ เฮลิออสรับรู้ปัญหาของฟีธอน ก็ตามใจโอรส บอกว่าจะให้ได้ทุกอย่างที่เขาเอ่ยปากขอ รู้ไหมครับเขาขออะไร ฟีธอนขอทำหน้าที่ขับราชรถพระอาทิตย์ที่เทียมด้วยม้าบินสีขาวเก้าตัวที่มีลมหายใจเป็นเปลวไฟร้อน เป็นเวลาหนึ่งวัน เฮลิออสได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทรงเตือนว่าฟีธอนไม่ใช่ และไม่มีพลังมากพอที่จะบังคับทรงพลังเก้าตัวที่พ้นลมหายใจเป็นไฟ และขับราชรถทองคำในเวลาเดียวกันได้ แต่ฟีธอนก็ยังคงดื้อดึงและยืนกรานจะทำเช่นนั้น เขาหมายจะให้คนที่เยาะเย้ยได้เห็นเขาอยู่บนรถพระอาทิตย์ของบิดา ในเมื่อเฮลิออสให้คำสัญญาว่าจะช่วยทุกอย่างแล้วเลยจำยอมแก่ฟีธอน
แม้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระองค์ทรงนำบุตรชายไปยังอกม้าตะวันออก ที่นั้นเทพีแห่งฤดูกาลและเทพีแห่งวันเวลาซึ่งมีหน้าที่ผูกบังเหียนม้ารออยู่ นางทั้งสองได้สอนวิธิการต่างๆเรียบร้อย เมื่อเทพีอีออสเปิดม่านแห่งอรุณรุ่ง เฮลิออสส่งบังเหียนให้บุตรชาย ม้าขาวทั้งเก้ากางปีกสีทองออก แล้วควบทะยานไปในรุ่งอรุณทางทิศตะวันออก ถึงตอนนั้นฟีธอนก็ไม่สามารถควบคุมม้าได้(เหมือนเครื่องบินคอนโทรลไม่ได้นั้นแหละ) พวกมันบินเฉไปมาไม่มีทั้งทิศทางและจุดหลายปลายทาง เหวี่ยงไปมาจนหน้ากลัวหน้าหวาดเสียว สำหรับมนุษย์บนพื้นโลก ที่เห็นพระอาทิตย์ลอยฉวัดเฉวียนไปมาอย่างนั้น ในที่สุดมันก็ถลาลงพื้น ไฟของมันเผาป่าและพืชไร่ของชาวนา ขนาดแม่น้ำยังเดือดพล่าน ในที่สุดเทพซูสที่เฝ้าดูอยู่ก็เดือดร้อน ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นจักรวาลคงต้องย่อยยับเพราะความไม่เอาไหนของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง จึงฟาดสายฟ้าใส่ตัวฟีธอนอย่างจัง ร่างของเขาตกลงในแม่น้ำอิริดามัส เมื่อม้าทั้งเก้าพ้นจากการบัญชาของฟีธอนแล้วก็ไปตามเส้นทางประจำของมันตามปกติ
ส่วนฟีธอน เขาตายตั้งแต่โดนฟ้าผ่าเข้าให้แล้ว วิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างตั้งแต่ล่วงลงจากราชรถ นางพรายได้นำร่างของเขาไปฝังที่ริมฝั่งแม้น้ำ น้องสาวทั้งเจ็ดของฟีธอน เดินมาจากเอธิโอเปียด้วยความโศกเศร้า พวกนางมานั่งร้องไห้ข้างหลุมของฟีธอนจนกลายเป็นต้นป๊อปล่า ที่ยามลมพัดผ่านจักโอนเอนเสียดสีกัน ส่งเสียงครวญครางต่อพี่ชายไปตลอดกาล น้ำตาของพวกนางได้กลางเป็นผลึกอำพันสีทอง ที่มีผู้พบได้มากในบริเวณนั้น เรื่องก็มีเพียงเท่านี้ ...

แต่น่าสนใจ

