Classical-Mythology

ชายาและทายาทของซูส

มารดา ทายาท

กลุ่มเทพี ดีมีเทอร์ เพอร์ซีโฟนี
ไอโอนี อโฟรดิที
ยูรีโนมี เอเกลเลีย, ยูโฟรซินี่, ธาเลีย
(เทพธิดาเกรซทั้งสาม)
ฮีรา เอรีส, อีลีธีอา, ฮีบี, ฮีเฟซทัส
ลีโต อพอลโล, อาร์เทมิส
ไมอา เฮอร์มีส
เมทิส อธีน่า
เมเนโมซินี เทพธิดามิวส์ทั้งเก้า
ธีมิส โฮรี(ฤดูกาล), โมไร(โชคชะตา)

................................................................................

กลุ่มมนุษย์ อัลค์มีนี เฮอร์คิวลิส(เฮอราเคิล)
แอนทีโอพี แอมฟิออน, ซีธัส
เคลลิสโท อาร์เคส
เดเน เพอร์ซีอุส
เอจิน่า เอคัส
อีเลคตร้าดาร์ดานัส, ฮาร์โมเนีย, เลซิออน
ยูโรพาไมนอส, เรเดเมนธัส, ซาร์เพดอน
ไอโอ อีพาฟัซ
เลโอเดเมีย ซาร์เพโดนี
ลีดา เคสทอร์, พอลลักซ์, คลีเทมนีสตร้า, เฮเลน
นีโอบี อาร์กอส, พีเลสกัส
พลูโท แทนทาลัส
ซีเมลี ไดโอนิซุส
เทย์เกท เลซีเดมอน

................................................................................

ทั้งหมดนี้คือชายาและบุตรธิดาของเทพซูส จึงได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งเทพทั้งปวงใน
โอลิมเปียน ส่วนตัวซูสเองนั้นเป็นบุตรแห่งเทพโครนอสกับเทพีรีอา....


@ขอขอบคุณ Microsoft® Encarta® Encyclopedia.



เลดอน เป็นบุตรของไทฟอน กับนางอิคิดนาครึ่งคนครึ่งงูยักษ์ เลดอนมีรูปร่างเป็นมังกร ที่มีหัวถึงหนึ่งร้อยหัว(แต่ปกติในภาพวาดต่างๆมักวาดเพียงหัวเดียว นะ ผมเชื่อว่าทุกคนก็รู้เหตุผลกันอยู่...) มีหน้าที่เฝ้าสวนแห่งเทพธิดาเฮสปิริดีส(Hespirides) ธิดาแห่งรัตติกาล ที่ซึ่งว่ากันว่าเป็นที่เก็บแอปเปิลทองคำ ซึ่งส่วนแห่งนี้ มีที่ตั่งอยู่ ณ สุดขอบโลก เลดอนนี้ บางทีผมก็ได้ยินมาว่าเป็นมังกรซ่อนหา ก็เพราะว่า มันจะเล่นซ่อนแอบกับเฮสปิริดิสอยู่ในสวนของนาง สวนแห่งนี้เป็นสวนสวรรค์ที่ตั้งอยู่บนท้องฟ้า มีไททันนามว่าแอทลาสเป็นผู้แบกเอาไว้บนบ่า


นำรูปภาพมาจาก http://www.paleothea.com/Gallery/Hespirides.html

ภาระกิจหนึ่งของเฮอร์คิวลิส(หรือตำนานโรมันก็คือเฮอราเคิล) ก็คือ ตามหาผลแอปเปิลทองคำแห่งเฮสปิริดิส ทีแรก ชายหนุ่มเองก็หาแอปปเปิลและสวนที่ว่านี้ไม่เจอเหมือนกัน นีรีอุส เทพแห่งท้องทะเลมาบอกแก่เขา

เมื่อทราบจุดหมายที่แน่ชัด เฮอร์คิวลิสก็เดินทางไปยังสวนแห่งนั้น เขาพบกับยักษ์ไททันแอทลาส ซึ่งมีหน้าที่แบกสวนแห่งนี้เอาไว้ เฮอร์คิวลิสก็ใช้อุบายหลอกให้แอทลาสเข้าไปเอาแอปเปิลทองคำมาให้ตนโดยเขาจะทำหน้าที่ยกสวนแห่งนี้ไว้แทน เจ้าไททันก็เข้าไปไหนสวนนั้นเป็นเวลาสามวัน(มันจะใหญ่อะไรขนาดนั้น ขนาดยักษ์ที่แบกมันไว้เดินเข้าไปต้องใช้เวลาถึงสามวัน^^!) แอทลาสก็กลับออกมาแล้วนำแอปเปิลทองคำมาวางแทบเท้าเฮอร์คิวลิสเฮอร์คิวลิส แล้วจึงบอกเฮอร์คิวลิสว่ามันได้นำแอปเปิลทองคำมาให้เขาแล้ว ดังนั้น เขาจะต้องยกท้องฟ้าแห่งนี้ต่อไป ส่วนมัน จะเป็นอิสระ ทว่าเฮอร์คิวลิสใช้อุบายอีกครั้ง โดยบอกมันว่าเชือกคาดศีรษะของเขาหลวม และต้องการจะมัดให้แน่น หลอกให้แอทลาสแบกท้องฟ้าเอาไว้ แล้วเขาก็คว้าแอปเปิลหนีไป ในที่สุดไปเจอกับเลดอน มังกรยักษ์ และฆ่ามันได้สำเร็จโดยมีธนูเป็นอาวุธ...(บ้างก็ว่าเลดอนไม่ได้ถูกฆ่า ที่จริงไม่ได้เจอกับเฮอราเคิลเลยด้วยซ้ำ)


Ladon ในเวอร์ชั่นไฟนอล แฟนตาซี

ปิดตำนานหกพี่น้องอสุรกายแห่งกรีก

**เครดิต**
http://www.pantheon.org/
http://en.wikipedia.org/
www.mythweb.com
แต่ล่ะอันสั้นๆทั้งนั้นเลยครับ

ยอมรับครับ ที่จริงไม่อยากเขียนเอนทรี่นี้เท่าไหร่ เหอๆ เพราะสัตว์ร้ายตัวนี้ดูไม่ค่อยมีบทบาทเลย(ที่จริงมากพอสมควร) แต่กลับเป็นที่รู้จักเกือบจะมากที่สุด ในบรรดาห้าพี่น้องอสุรกายแห่งกรีก(ผมไม่รักมันเลย เจ้าตัวนี้)พอดีมันมีในวิกิพีเดียซึ่งยาวพอสมควร ก็ขอมาแปะไว้เลยนะคร้าบ....


_*_สฟิงซ์ของกรีกเป็นสฟิงซ์ที่มีใบหน้า และทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโต และมีปีกแบบนกอินทรี มีลักษณะนิสัยชอบทรยศหักหลัง ก้าวร้าวรุนแรง และกระหายเลือด และพวกนี้ยังชอบกินคนเป็นอาหารด้วย

ลักษณะที่เด่นชัดของสฟิงซ์ กรีกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคล้ายแมว หรือจะว่าอีกทีก็คล้ายผู้หญิงด้วย นั่นคือ มันจะพูด คุยหยอกเหยื่อของมันก่อนที่จะกินเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิดเหยื่อหนีรอดไปได้ สฟิงซ์จะบินดิ่งทิ้งตัวกระแทกพื้นหรืออะไรสักอย่าง ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตายไปเอง_*_

เรื่องราวเกี่ยวกับสฟิงซ์ของกรีก ที่โด่งดังเรื่องหนึ่งคือ เรื่องของ เจ้าแม่เฮรา (Hera) ซึ่งมอบหมายหน้าที่ลงโทษชาวเมืองธีบีส (Thebes) เพราะความเมามายไร้สติของพวกเขา หลังจากที่ ไดโอนิซุส เทพแห่งเมรัยได้มาสอนการทำไวน์ ให้แก่ชาวเมืองนี้

ตามปกติสฟิงซ์จะไม่เข้าขย้ำเหยื่อ ที่ผ่านมาในทันทีทันใด แต่จะให้โอกาสเหยื่อด้วยการถามปัญหา ที่เรียกกันว่าปัญหาของตัวสฟิงซ์ (The Riddle of the Sphinx) ซึ่งสัญญาจะปล่อยเหยื่อเป็นอิสระ หากตอบปัญหาของนางได้

ตามท้องเรื่องที่จะกล่าวถึง เอดิปุส (Oedipus) แห่งโครินท์ผ่านมาในเมืองธีบีสพอดิบพอดี สฟิงซ์กระโดดออกมา จากหลังพุ่มไม้ แลบลิ้นเลียปากด้วยความอยากกินเนื้อ ก่อนจะส่งเสียงคำรามให้ขวัญหาย เข้าใส่เอดิปุสและถามปัญหา "อะไรเอ่ยเดินสี่ตีนในยามเช้า เดินสอง ตีน ในยามสาย และเดินสามตีนในยามเย็น.? "อ๋อ มันก็คือมนุษย์นั่นแล ย่อมเดินด้วยการคลานทั้งมือและเข่า เมื่อยังเป็นเด็ก ยืนด้วยขาสอง ข้าง เมื่อโตเต็มที่ และต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง เป็นขาที่สามในยามสายัณห์ของชีวิต" เอดิปุสตอบอย่างไม่ลังเล สฟิงซ์เมื่อได้ฟังคำตอบ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากมนุษย์หน้าไหนเลย ถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บใจ นางโผบินขึ้น บนฟ้า แล้วทิ้งตัวดิ่งลงฆ่าตัวตายในทะเล

นี่ดูเหมือนหล่อนจะเป็น ฝ่ายแพ้ ทั้งๆที่ถ้าจะนับแล้วสฟิงซ์ต่างหาก ที่เป็นฝ่ายชนะ เพราะหลัง จากที่สฟิงซ์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดของปวงชาวธีบีสได้ตายไป ผู้รักษาการณ์เมืองธีบีส ถึงกับเชิญเอดิปุสขึ้นเป็นราชา และให้ แต่งงานกับราชินีม่าย โจคัสต้า (Jocasta) ของกษัตริย์องค์ก่อน และกว่าจะรู้ความจริงว่าโจคัสต้านี่เอง คือมารดาผู้ให้กำเนิดเอดิปุส ก็เมื่อนางได้ตกเป็นราชินี อย่างแท้จริงของเอดิปุสไปเสียแล้ว โชคชะตาย่อมเล่นกลต่อ ชีวิตของเขา มากกว่าที่จะถูกสฟิงซ์กินตาย

สฟิงซ์ของอียิปต์นี่ไม่เกี่ยวกันนะครับ ผมว่าคนล่ะประเภทกันเลย....


เอาล่ะ เหลืออีกตัว ลาดอน มังกรร้อยหัวสัตว์ที่รอมานาน จะได้ปิดตำนานหกพี่น้อง บุตรไทฟอนกับอิคิดนาเสียที_*_



Heimsvestir
View full profile